บล็อครีวิวหนังที่ดู เพลงที่ฟัง สิ่งที่สนใจ พล่ามตามประสาคนชอบดูหนัง ฟังเพลง || มุมมองใหม่ๆจากเด็กผู้หญิงคนนึงบนโลก || เรื่องทั่วไปที่พบเจอในชีวิต ดนตรี เรื่องราวต่างๆบ้างแล้วแต่จะนึกออก || แค่เด็กผู้หญิงคนนึงที่อยากไปเมกา || ตัวตนจริงๆ @priaw21

[~] Winner ดวงดาวที่กำลังจะเปล่งประกาย

ช่วงนี้เป็นช่วงที่เรียกได้ว่าผ่านการโปรโมทเพลงมาพักนึงแล้ว ไม่รู้ว่าวายจีคิดยังไงถึงส่งวินเนอร์ไปญี่ปุ่นเร็วขนาดนั้นทั้งๆที่ฐานแฟนคลับที่เกาหลียังไม่แน่นพอ แต่ก็เอาเถอะ การได้มาดูไลฟ์นี้ก็ทำให้เรารู้เลยว่ามันไม่แย่อย่างที่คิดเลย ตอนนี้ห้าคนกำลังมีคอนเดี่ยวของตัวเองที่ญี่ปุ่นอยู่ ซึ่งพวกนี้ดูมีความสุขกันมากๆ แม่ๆยุ่นก็เก็บภาพมาหลายช็อต มีทั้งช็อตยิ้มหัวเราะ ดูแล้วยิ้มตาม มีความสุขมากๆอ่ะ ผ่านไปเดือนนึงแล้วมั้งที่วินเนอร์เดบิวท์ ถึงเส้นทางก่อนจะมาเป็นวินเนอร์มันไมไ่ด้สวยหรูเลย แต่ตอนนี้ก็พิสูจน์ได้แล้วว่าสิ่งที่พวกเค้าทำมาทั้งหมดไม่ศูนย์เปล่าเลย

การแสดงที่ญี่ปุ่นวันนี้มันดีมากๆอ่ะ วินเนอร์ดูเปล่งประกาย มีออร่า ทั้งๆที่ทบนเวทีมีแค่พวกเค้าห้าคน เป็นเวทีธรรมดาไม่มีอะไรเลย แต่พวกเค้ากลับทำให้เวทีดูมีความสนุกสนาน มีพลังอยู่ตลอดเวลา เป็นศิปลืนหน้าใหม่ที่มีพลังอยู่ท่มท้นจริงๆ รู้สึกขอบคุณวายจีมากๆที่ให้ศิลปินในค่ายร้องสด วินเนอร์ทำมันออกมาได้ดีมากๆอ่ะ ถึงไม่ใช่น้องใหม่ นี่ก็เป็นการแสดงที่มีมาตรฐานอยู่ดี ถึงเพลงญีปุ่นจะไม่คุ้นหูและไม่ค่อยถูกหูเราซักเท่าไหร่ แต่ไลฟ์นี้ทำให้เราสนุกไปด้วยได้ วินเนอร์เยี่ยมกันจริงๆ ภูมิใจในตัวเองพวกนางมากๆเลยนะ ตอนนี้วินเนอร์กำลังจะเป็นดาวที่เปล่งประกายแล้วนะ ดาวดวงเล็กๆดวงนี้ก็จะคอยสนับสนุนวินเนอร์ต่อไป รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของห้าคนทำให้เรามีความสุขมาก อย่าลืมยิ้มเยอะๆกันนะ รักมากๆ

#ซึงยุนโครตจะน่ารัก ผู้ชายอะไรวะ แง๊ ;___; นี่โครตแพ้ทางไอ้ตี๋แก้มบวมคนนี้อ่ะ ทำไมตัวบางแบบนี้ ทำไมยิ้มน่ารักแบบนี้ โอ้ยยยยย หลงจนไม่รู้จะหลงยังไงแล้วอ่ะ ตัวบางๆ หน้าละมุนๆไม่เข้ากับเสียงร้อง Deep voice ของนางเลย โงรย นี่อย่าลืมดูแลตัวเองนะตี๋ ดูเป็นคนไม่แข็งเเรงเลยอ่ะ ออกกำลังกายบ้างนะ นอนเยอะๆ เป็นห่วงนะเว้ยไอ้แก้มบวม

— 20 hours ago

My best movie <3

(Source: igperish, via louwi)

— 3 days ago with 46550 notes
7 เคล็ดลับการใช้ชีวิตง่ายๆสไตล์ MIRANDA KERR

เมื่อพูดถึงผู้หญิงสมัยใหม่ หลายๆคนคงมีภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่เก่งทั้งงานบ้าน และงานบริษัท และ Miranda Kerr นางแบบ นักธุรกิจ เจ้าของบริษัท รวมถึงแม่เลี้ยงเดี่ยวคงเป็นอีก 1 ในไอดอลของใครหลายๆคนเมื่อพูดถึงผู้หญิงสมัยใหม่ โดยเธอได้เผยเคล็ดลับง่ายๆในการใช้ชีวิตในแต่ละวันที่เร่งรีบของเธอ

1 วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง
“สิ่งที่น่าสนใจคือ ฉันไม่เคยคิดว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันมักจะจำกัดความฉันในฐานะแม่ หรือนักธุรกิจ พูดกันตามจริงแล้ว ฉันเป็นคนค่อนข้างอิสระ หรือพูดง่ายๆว่าเป็นคนอินดี้ แต่ตั้งแต่ฉันกลายเป็นแม่คน และมีลูกชายที่ต้องดูแลและรับผิดชอบชีวิตของเขา ฉันถึงสำนึกได้ว่าชีวิตของฉันต้องการระเบียบมากว่านี้ ด้วยการงานที่เร่งรีบ ฉันมักจะวางแผนตารางในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมต่างๆกับลูกล้วนอยู่ในแผนทุกวันของฉัน ด้วยเวลาที่ผ่านไปและการงานที่รัดตัว การวางแผนและเตือนตัวเองแบบไม่เครียด มันช่วยทำให้รู้สึกว่าชีวิตคนเราก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ฉันตั้งเตือนในโทรศัพท์ให้เตือนว่าต้องโทรหาแม่และย่าทุกวัน แม้ว่าจะได้คุยกันแค่วันละ 5 นาทีก็ตาม เพราะอย่างน้อยการโทรไปหาพวกท่านก็ทำให้พวกท่านมีความสุข และรู้สึกได้ว่าเราไม่ได้ห่างไกลกัน จะมีอะไรสุขเท่ารักของครอบครัว”

2 พูด”ขอบคุณ”ให้ติดปาก
“ฉันชอบที่จะสวดมนต์และทำสมาธิ อย่างต่ำวันละ 2 รอบ ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น ฉันขอบคุณพระเจ้าที่สร้างสรรความงามบนโลกใบนี้ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันเวลาที่ดีทุกวันนี้ ขอบคุณสำหรับครอบครัวที่ดี สุขภาพที่แข็งแรง และตอนนี้ฉันเริ่มโตขึ้น ฉันขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยเปิดตา เปิดใจของฉันให้กลายเป็นคนที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ”


3 ตระหนักถึงอานุภาพของคำว่า”ให้อภัย”
“พลังของการให้อภัยเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ปุถุชนคนเดินดิน ที่ย่อมทำผิดพลาดในชีวิต แม้บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่แน่นอนว่าย่อมก่อให้เกิดพลังในแง่ลบ แต่ไม่มีอะไรที่จะยิ่งใหญ่เทียบเท่าการให้อภัย ซึ่งการให้อภัยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันภาวนาทุกวัน “ได้โปรดให้อภัยฉัน หากฉันได้ทำร้ายคุณทั้งทางร่างกาย วาจา ใจ ได้โปรดอย่าจองเวรซึ่งกันและกัน ขอให้คุณยกโทษให้ฉัน และขอให้ฉันยกโทษให้ตัวเองสำหรับการกระทำที่ขลาดเขลาเหล่านั้น” บางครั้งเราต่างทำร้ายกันและกันโดยไม่ตั้งใจ แต่เราจะมีความสุขที่แท้จริงได้ก็ต้องเมื่อเรารู้จักการให้อภัย และละทิ้งความเกลียดชังที่มีต่อกัน”

4 การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ
“ฉันมักจะห่อข้าวและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพพกติดตัวไปทำงาน เชื่อเถอะว่ากลิ่นเครื่องดื่มเหล่านั้นอาจไม่พึงปรารถนา แต่ประโยชน์ที่ได้รับนี่เหลือคณานับ บางครั้งคนเราก็ไม่ได้กินเพื่ออยู่ เราอาจต้องฝืนใจกินของเพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพของเรา เพราะการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐสูงสุด”


5 อย่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น
“ฉันเข้าคอร์สเรียนด้านธุรกิจและการจัดการทางด้านการเงิน และนั่นทำให้ฉันพบว่าฉันควรจัดสรรรายรับรายจ่ายให้ดีกว่านี้ ฉันมีงบแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายสำหรับดอกไม้ แม้ว่าฉันจะชอบดอกไม้มาก แต่บางครั้งฉันก็ใช้จ่ายกับมันมากเกินพอดี และฉันก็มาเสียใจเวลาดูบิลทีหลัง ว้าว ฉันใช้จ่ายกับดอกไม้ไปเยอะมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องตัดงบ แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะใช้จ่ายเพื่อสร้างความสะดวกสบาย หรือทำให้คุณรู้สึกดีนะ ฉันมีงบสำหรับฟุ่มเฟือยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าใช้จนเกินความพอดี ฉันเป็นคนที่ชอบทำเล็บมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจำเป็นที่จะต้องไปทำเล็บที่ร้านทุกครั้ง การที่คุณจะร่ำรวยได้ คุณต้องมีวินัยทางการเงิน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณหารายได้ได้มากหรือหาได้น้อย หากคุณไม่มีวินัยทางการเงิน คุณมีเท่าไหร่ก็คงไม่พอ”


6 เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน
“มุมมองมีผลต่ออารมณ์ หากคุณมองโลกในแง่ร้าย คุณก็จะคิดแต่ว่าชีวิตคุณไม่มีอะไรดี ทุกความคิด ทุกมุมมอง ทุกคำพูดล้วนมีผลต่อร่างกายและจิตใจของคุณ การเป็นมนุษย์ย่อมหลีกเลี่ยงอารมณ์ซึมเศร้า จิตตกไม่ได้ แต่คุณไม่ควรจมปลักกับมัน คุณแค่รับรู้ แต่ไม่ควรจมจ่อมกับความรู้สึกเหล่านั้น เพราะนั่นไม่ใช่ผลดี และก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งการเปลี่ยนแนวความคิดมันไม่ใช่การหลอกตัวเอง มันเป็นการเปลี่ยนมุมมอง และคุณควรจะตระหนักและซาบซึ้งกับวันดีๆที่คุณมีอยู่”

7 ทำตัวให้เหมือนกับผ้าขาว พร้อมที่จะเรียนรู้ เปิดตา เปิดใจ
“จริงๆแล้วฉันเป็นคนรักสนุก ฉันชอบที่จะเต้นรำ ชอบที่จะจัดงานปาร์ตี้ และเชิญแขกมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน เอาจริงๆเลยนะ ฉันนี่แหล่ะที่เป็นตัวโจ๊กประจำกลุ่ม ฉันชอบที่จะปล่อยมุขตลก แป้กบ้าง ขำบ้าง ซึ่งหลายๆคนมักไม่เคยรู้ว่าฉันเป็นคนแบบนี้”“และลูกชายของฉันก็เช่นเดียวกัน เขาเต็มไปด้วยความสดใส ร่าเริง สนุกสนาน การมีลูกช่วยเปิดมุมมองของคุณให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เพราะคุณได้พบประสบการณ์ใหม่ๆพร้อมกับลูกของคุณ บางทีก็ทำให้คุณได้พบมุมมองใหม่ๆที่คุณไม่เคยสังเกต เรียกได้ว่า Flynn เป็น 1 ในแรงบันดาลใจในชีวิตที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน”




Credit : http://talksthattalk.com/7-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2/

7 เคล็ดลับการใช้ชีวิตง่ายๆสไตล์ MIRANDA KERR

เมื่อพูดถึงผู้หญิงสมัยใหม่ หลายๆคนคงมีภาพลักษณ์ของผู้หญิงที่เก่งทั้งงานบ้าน และงานบริษัท และ Miranda Kerr นางแบบ นักธุรกิจ เจ้าของบริษัท รวมถึงแม่เลี้ยงเดี่ยวคงเป็นอีก 1 ในไอดอลของใครหลายๆคนเมื่อพูดถึงผู้หญิงสมัยใหม่ โดยเธอได้เผยเคล็ดลับง่ายๆในการใช้ชีวิตในแต่ละวันที่เร่งรีบของเธอ

1 วางแผนดีมีชัยไปกว่าครึ่ง

“สิ่งที่น่าสนใจคือ ฉันไม่เคยคิดว่าฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันมักจะจำกัดความฉันในฐานะแม่ หรือนักธุรกิจ พูดกันตามจริงแล้ว ฉันเป็นคนค่อนข้างอิสระ หรือพูดง่ายๆว่าเป็นคนอินดี้ แต่ตั้งแต่ฉันกลายเป็นแม่คน และมีลูกชายที่ต้องดูแลและรับผิดชอบชีวิตของเขา ฉันถึงสำนึกได้ว่าชีวิตของฉันต้องการระเบียบมากว่านี้ ด้วยการงานที่เร่งรีบ ฉันมักจะวางแผนตารางในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการทำกิจกรรมต่างๆกับลูกล้วนอยู่ในแผนทุกวันของฉัน ด้วยเวลาที่ผ่านไปและการงานที่รัดตัว การวางแผนและเตือนตัวเองแบบไม่เครียด มันช่วยทำให้รู้สึกว่าชีวิตคนเราก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น ฉันตั้งเตือนในโทรศัพท์ให้เตือนว่าต้องโทรหาแม่และย่าทุกวัน แม้ว่าจะได้คุยกันแค่วันละ 5 นาทีก็ตาม เพราะอย่างน้อยการโทรไปหาพวกท่านก็ทำให้พวกท่านมีความสุข และรู้สึกได้ว่าเราไม่ได้ห่างไกลกัน จะมีอะไรสุขเท่ารักของครอบครัว”

2 พูด”ขอบคุณ”ให้ติดปาก

“ฉันชอบที่จะสวดมนต์และทำสมาธิ อย่างต่ำวันละ 2 รอบ ทั้งตอนเช้าและตอนเย็น ฉันขอบคุณพระเจ้าที่สร้างสรรความงามบนโลกใบนี้ ขอบคุณพระเจ้าสำหรับวันเวลาที่ดีทุกวันนี้ ขอบคุณสำหรับครอบครัวที่ดี สุขภาพที่แข็งแรง และตอนนี้ฉันเริ่มโตขึ้น ฉันขอบคุณพระเจ้าที่ช่วยเปิดตา เปิดใจของฉันให้กลายเป็นคนที่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ”

3 ตระหนักถึงอานุภาพของคำว่า”ให้อภัย”

“พลังของการให้อภัยเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เราทุกคนล้วนเป็นมนุษย์ปุถุชนคนเดินดิน ที่ย่อมทำผิดพลาดในชีวิต แม้บางครั้งอาจจะเป็นเรื่องเล็กๆ แต่แน่นอนว่าย่อมก่อให้เกิดพลังในแง่ลบ แต่ไม่มีอะไรที่จะยิ่งใหญ่เทียบเท่าการให้อภัย ซึ่งการให้อภัยเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฉันภาวนาทุกวัน “ได้โปรดให้อภัยฉัน หากฉันได้ทำร้ายคุณทั้งทางร่างกาย วาจา ใจ ได้โปรดอย่าจองเวรซึ่งกันและกัน ขอให้คุณยกโทษให้ฉัน และขอให้ฉันยกโทษให้ตัวเองสำหรับการกระทำที่ขลาดเขลาเหล่านั้น” บางครั้งเราต่างทำร้ายกันและกันโดยไม่ตั้งใจ แต่เราจะมีความสุขที่แท้จริงได้ก็ต้องเมื่อเรารู้จักการให้อภัย และละทิ้งความเกลียดชังที่มีต่อกัน”

4 การไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ

“ฉันมักจะห่อข้าวและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพพกติดตัวไปทำงาน เชื่อเถอะว่ากลิ่นเครื่องดื่มเหล่านั้นอาจไม่พึงปรารถนา แต่ประโยชน์ที่ได้รับนี่เหลือคณานับ บางครั้งคนเราก็ไม่ได้กินเพื่ออยู่ เราอาจต้องฝืนใจกินของเพื่อสุขภาพ เพื่อสุขภาพของเรา เพราะการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐสูงสุด”

5 อย่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น

“ฉันเข้าคอร์สเรียนด้านธุรกิจและการจัดการทางด้านการเงิน และนั่นทำให้ฉันพบว่าฉันควรจัดสรรรายรับรายจ่ายให้ดีกว่านี้ ฉันมีงบแม้กระทั่งค่าใช้จ่ายสำหรับดอกไม้ แม้ว่าฉันจะชอบดอกไม้มาก แต่บางครั้งฉันก็ใช้จ่ายกับมันมากเกินพอดี และฉันก็มาเสียใจเวลาดูบิลทีหลัง ว้าว ฉันใช้จ่ายกับดอกไม้ไปเยอะมากๆ ซึ่งแน่นอนว่าจำเป็นต้องตัดงบ แต่มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คุณจะใช้จ่ายเพื่อสร้างความสะดวกสบาย หรือทำให้คุณรู้สึกดีนะ ฉันมีงบสำหรับฟุ่มเฟือยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ว่าใช้จนเกินความพอดี ฉันเป็นคนที่ชอบทำเล็บมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าฉันจำเป็นที่จะต้องไปทำเล็บที่ร้านทุกครั้ง การที่คุณจะร่ำรวยได้ คุณต้องมีวินัยทางการเงิน มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณหารายได้ได้มากหรือหาได้น้อย หากคุณไม่มีวินัยทางการเงิน คุณมีเท่าไหร่ก็คงไม่พอ”

6 เปลี่ยนความคิด ชีวิตเปลี่ยน

“มุมมองมีผลต่ออารมณ์ หากคุณมองโลกในแง่ร้าย คุณก็จะคิดแต่ว่าชีวิตคุณไม่มีอะไรดี ทุกความคิด ทุกมุมมอง ทุกคำพูดล้วนมีผลต่อร่างกายและจิตใจของคุณ การเป็นมนุษย์ย่อมหลีกเลี่ยงอารมณ์ซึมเศร้า จิตตกไม่ได้ แต่คุณไม่ควรจมปลักกับมัน คุณแค่รับรู้ แต่ไม่ควรจมจ่อมกับความรู้สึกเหล่านั้น เพราะนั่นไม่ใช่ผลดี และก่อให้เกิดภาวะซึมเศร้า ซึ่งการเปลี่ยนแนวความคิดมันไม่ใช่การหลอกตัวเอง มันเป็นการเปลี่ยนมุมมอง และคุณควรจะตระหนักและซาบซึ้งกับวันดีๆที่คุณมีอยู่”

7 ทำตัวให้เหมือนกับผ้าขาว พร้อมที่จะเรียนรู้ เปิดตา เปิดใจ

“จริงๆแล้วฉันเป็นคนรักสนุก ฉันชอบที่จะเต้นรำ ชอบที่จะจัดงานปาร์ตี้ และเชิญแขกมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน เอาจริงๆเลยนะ ฉันนี่แหล่ะที่เป็นตัวโจ๊กประจำกลุ่ม ฉันชอบที่จะปล่อยมุขตลก แป้กบ้าง ขำบ้าง ซึ่งหลายๆคนมักไม่เคยรู้ว่าฉันเป็นคนแบบนี้”

“และลูกชายของฉันก็เช่นเดียวกัน เขาเต็มไปด้วยความสดใส ร่าเริง สนุกสนาน การมีลูกช่วยเปิดมุมมองของคุณให้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น เพราะคุณได้พบประสบการณ์ใหม่ๆพร้อมกับลูกของคุณ บางทีก็ทำให้คุณได้พบมุมมองใหม่ๆที่คุณไม่เคยสังเกต เรียกได้ว่า Flynn เป็น 1 ในแรงบันดาลใจในชีวิตที่สำคัญที่สุดในชีวิตฉัน”

Credit : http://talksthattalk.com/7-%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%87%E0%B9%88%E0%B8%B2/

— 3 days ago with 1 note

[Diary] 27 กันยายน 2557 รันนิงแมน ซงจีฮโย คิมจงกุก จีซอกจิน ลีกวางซู ฮาดุงฮุน มาจัดแฟนมีตติ้งที่ประเทศ

อยากจะบอกว่าแฟนมีตติ้งครั้งนี้เสียดายที่แจซอกกับแกรี่ไม่ได้มามากๆ และก็เสียดายมากๆที่ไมไ่ด้ไปเหมือนกัน ตอนเริ่มดูรันนิงแมนแรกๆจำได้เลยว่าตอนนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย ที่เปิดดูก็เพราะบิ๊กแบงไปออกแค่นั้น แต่รายการนี้เป็นรายการที่สนุกมากๆ เลยตามดูตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา รันนิงแมน ไม่มีคำว่า แฟมมิลี่ต่อท้าย แต่ทุกๆคนเป็นครอบครัวจริงๆ เวลาที่ทำรายการด้วยกันอาจจะไม่มากนัก แต่ความสัมพันธฺมิตรภาพของพวกเค้ามันยาวนานกว่านั้นมาก รันนิงแมนเป็นวาไรตี้ที่ชอบมากที่สุด ชอบแบบชอบมากๆ ใช้คำว่ารักได้เลย รันนิงแมนเป็นมากกว่ารายการ เป็นอะไรที่เราดูแล้วมีความสุข หัวเราะ และซึ้ง ชอบความสัมพันธ์ของทั้ง 7 คนมากๆเลย มันเป็นอะไรที่สุดๆมากอ่ะ ไม่เคยรักรายการไหน สมาชิกในรายไหนเท่ากับรายการนี้เลย

จีฮโย คือผู้หญิงคนเดียวในรายการที่น่ารักมากๆ เป็นผู้หญิงแกร่งและเก่งมากจริงๆ รักพี่น้องทุกๆคนในรายการ มีเสน่ห์คือความมึนน่ารัก ไม่จำเป็นต้องเสแสร้งอะไรเลย มันเป็นเหตุผลที่ทำให้เรารักมงจีมากๆ

คิมจงกุก พี่ใหญ่(ไม่สุด)ของรายการนี้ จงกุกเป็นผู้ชายที่อบอุ่น อ่อนโยนและเป็นสุภาพบรุษมากๆ ถึงจะชอบทะเลาะกับแจซอกในรายการ ชอบแกล้งกวางซู เป็นจงกุกเป็นพี่ชายและน้องชายที่โครตน่ารัก มีโอกาสได้ไปแฟนมีตของจงกุกมาเมื่อปีที่แล้ว พูดได้เลยว่าประทับใจมากๆ จงกุกน่ารักกับแฟนคลับมากๆ ยังจำทุกๆช่วงเวลาของวันนั้นได้ พี่เสือน่ารักมาก รู้สึกดีใจมากจริงๆที่ได้ไปในตอนนั้น

แจซอก พี่ชายของรันนิงแมน เป็นพี่ชายที่รักน้องมากๆ ถึงจะพูดมากไปหน่อย (ในรายการ) แต่ก็เป็นคนที่สร้างสีสันได้ดีมากๆ แจซอกเป็น MC ตลกที่เราชอบที่สุดในเกาหลี เป็นคนไม่หยิ่งกับแฟนๆ มีอารมณ์ขัน รักการทำวาไรตี้มากๆ เป็นผู้ชายที่ดีจนไม่รู้จะบรรยายยังไงอ่ะ TT TT

ส่วนอีกสี่คน ฮาฮ่า  กวางซู ซอกจิน แกรี่ นี่เราก็ชอบมากเหมือนกัน ไม่สิ รักมาก แต่มันตื้อๆเพราะไม่รู้จะพิมพ์ถึงว่ายังไง เพราะดูรายการนี้มานานมาก ชอบความเป็นหนึ่งเดียวกันของรันนิงแมนที่สุด เป็นรายการที่จะไม่ลืมเลยว่าเคยดู รักรันนิงแมนมากๆอ่ะ และเสียดายมากๆที่ไมไ่ด้ไปแฟนมีตครั้งนี้ ถ้าได้ไป คงได้ร้องไห้ตามมงจีแน่ๆ รักนะรันนิงแมน TT <3

#แปะเหตุการณ์สรุป

270914 คำขอบคุณของเหล่าสมาชิก Running Man ถึงแฟนชาวไทย#RaceStart2inthailand 

หลังจากได้รับโปรเจ็กต์เซอร์ไพรส์ด้วยวีดีโอฝีมือแฟนไทย ตามด้วยข้อความ “Keep on RUNNING, I’ll be with you” (จงวิ่งต่อไป ผม/ฉันจะอยู่เคียงข้างคุณ) ที่ทุกคนในงานพร้อมใจช่วยกันชูขึ้น จนทำให้อย่างน้อย อี กวางซู ซอง จีฮโย และ จี ซอกจิน น้ำตาคลอ (ตามคำบอกเล่าของแฟนผ่าน twitter) ในตอนท้ายของงาน Race Start Season 2 in Thailand fanmeeting ที่ Plenary Hall ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อเย็นวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ที่ผ่านมา เหล่าสมาชิก Running Man ไม่รอช้า พากันแสดงความรู้สึกขอบคุณแฟนชาวไทยผ่าน social media ส่วนตัวของพวกเขาสำหรับความรักที่ได้รับทันที

พี่จมูกโต จี ซอกจิน ทวิตรูปที่ถ่ายรูปกับแฟนๆ ในงานจากบนเวทีพร้อมข้อความ ”Thank you THAILAND” (ขอบคุณมาก ประเทศไทย) โดย กวางซู ทวิตข้อความเดียวกัน พร้อมภาพหนึ่งจากวีดีโอแฟนโปรเจ็กต์ที่แปลเป็นไทยและเกาหลีว่า “หวังว่าสักวันจะได้พบกัน”

จากนั้น คิมจองกุ๊ก ได้โพสต์วีดีโอของสมาชิก ทั้ง 5 ใน instagram ของเขา พร้อมข้อความภาษาอังกฤษ “เรากำลังเดินทางกลับเกาหลี! ขอบคุณทุกคนที่มางานแฟนมีตติ้งของพวกเรา! พวกเรารู้สึกซาบซึ้งกันมากจริงๆ.. แล้วไว้เจอกันใหม่” และภาษาเกาหลี “กำลังกลับบ้านแล้ว แฟนๆ ชาวไทย ขอบคุณมากๆ จริงๆ”

สุดท้าย ฮ่าฮ่า ทวิตข้อความล้วนแสดงความรู้สึกขอบคุณแฟนชาวไทยอย่างสุดซึ้งผ่าน twitter “แฟนๆ ชาวไทยทุกคน พวกเรากำลังเดินทางกลับแล้ว วันนี้มันเหมือนกับฝันไปเลย ขอบคุณมากๆ ที่มอบความทรงจำที่ลืมไม่ลงให้ผม พวกเราเหล่าสมาชิกรันนิ่งแมนจะพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อมอบความสนุกให้ทุกคนต่อไป

รักทุกคนจากใจจริง
Running Man และ แฟนชาวไทยทุกคน
ขอบคุณครับ (พิมพ์เกาหลีทับศัพท์ไทย)” ปรับจากคำแปลไทยโดย @hahathfan https://www.facebook.com/hahathfan/photos/a.465047996877289.103022.192745264107565/711862088862544/?type=1&theater

[Quote] “ซงจีฮโย” กล่าวความรู้สึกของเธอต่อ “ยูแจซอก” ในงานแฟนมีตติ้งที่ประเทศไทยวันนี้

ซงจีฮโย - สิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือ ฉันอยากให้ พี่ยูแจซอก-พี่แกรี่ อยู่ที่นี่ ฉันเข้าใจดีค่ะ ฉันก็คิดถึง พี่แกรี่ เหมือนกัน แต่ ณ เวลานี้ ฉันคงคิดถึง พี่แจซอก ที่สุด เพราะว่า พี่เขาไม่มีโอกาสได้มาร่วมงานแฟนมีตติ้งเลยสักครั้ง ฉันอยากให้พี่เขามายืนตรงนี้พร้อมๆ กับพวกเราค่ะ

(ความรู้สึกจากใจของ แม่ทัพ ซงจีฮโย ที่ห่วงใยพี่ชายของเธอสุดหัวใจ)

Photo Edited From: #Fiat_ltm

 คลิปวิดิโอตอนรันนิงแมนดูโปรเจค https://www.facebook.com/video.php?v=4729387248794

[Quote] “ฮ่าฮ่า” เผย “ประทับใจชาวไทย” หลังจากที่ได้มาถ่ายทำรายการ ‘Running Man’ ในประเทศไทยเป็นประเทศแรก

ฮ่าฮ่า - ตอนที่มาถ่ายทำรายการในประเทศไทยครั้งแรก (ตอนที่ 50-51) ผมคิดว่าการถ่ายทำแบบนั้น แฟนคลับจะต้องวิ่งตามเรา และพุ่งเข้าใส่เรา จนไม่สามารถถ่ายทำได้แน่ๆ แต่ปรากฎว่า ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลยครับ แฟนคลับชาวไทย คอยยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ ไม่มารบกวนหรือทำให้การถ่ายทำลำบากแต่อย่างใด ผมประทับใจคนไทยอย่างมากครั

Photo Credit: Tem!Tem

[Photo] “คิมจงกุก-ฮ่าฮ่า” สวมบทบาทเป็น “คังแกรี่” แฟนหนุ่มวันจันทร์แห่ง ‘Running Man’ มาร้องเพลง ‘Turned off the TV’ ของ ‘Leessang’ ร่วมกับ “ซงจีฮโย”…แม้ตัวไม่มาแต่หน้ากากแกรี่ก็มานะ”

Photo Credit: Se7hae SUBS

#แปะวิดิโอวันงาน https://www.facebook.com/video.php?v=4729387248794

https://www.youtube.com/watch?v=9NBrz29dIEE

จงกุกอัพ IG http://instagram.com/p/tdIXN4QRZV/?modal=true

140927 Suk Jin , Kwang Soo - troublemaker RaceStart2Thailand[NeWZZzLee] http://www.youtube.com/watch?v=-O1VCWgCovU

รักนะรันนิงแมน

https://www.facebook.com/media/set/?set=a.512328058869586.1073741856.117206778381718&type=3&uploaded=3

— 3 days ago

glamdor:

get to know: cara delevingne

         insp (x)

— 6 days ago with 60 notes